| รายละเอียด : |
พระท่ากระดานน้อย กรุวัดศาลเจ้า ราชบุรี เป็นพระเครื่องเนื้อตะกั่วสนิมแดงไขขาว ขนาดกะทัดรัด ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือกันว่าดี ในทางคงกระพันชาตรี และคลาดแคล้วปลอดภัย จนถึงกับมีผู้ขนานนามหรือให้สมญาว่า พระท่ากระดานน้อย พระเครื่องพิมพ์ดังกล่าวนี้ เป็นที่รู้จักกันของวงการโดยทั่วไปมีในรายการประกวดพระเสมอๆ
#... วัดศาลเจ้า เดิมชื่อ วัดเกาะนอก เป็นวัดโบราณสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย บริเวณที่ของวัดตรงกับปากคลองแควอ้อม ติดกับแม่น้ำแม่กลอง มีศาลเจ้าเก่าตั้งอยู่ ชื่อว่า "ปึงเถ้ากง" ซึ่งไม่ทราบว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไหร่และใครเป็นผู้สร้าง ผู้คนและชาวบ้านทั่วไปจึงเรียกด้วยความสะดวกปากว่าวัดศาลเจ้า และก็เลยเป็นชื่อวัดไปโดยปริยาย ที่มาของพระเครื่องจากปากของพระอธิการทอง รักขิตตธัมโม อดีตเจ้าอาวาสวัดศาลเจ้า บันทึกไว้ว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๕ คหบดีชาวจีน มีบรรดาศักดิ์เป็นขุนศรากร (ปู้ จงวัฒนา)เศรษฐีเจ้าของโรงสีและกิจการอื่นๆในจังหวัดราชบุรี เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและปราถนาที่จะสร้างถาวรวัตถุขึ้น เพื่อเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาต่อไปในภายหน้า จึงดำริจัดสร้างพระเจดีย์ใหญ่องค์หนึ่งไว้บรรจุพระพิมพ์ มีความสูง ๑๗ วา ๒ ศอก อยู่ในพื้นที่ของวัดห่างจากฝั่งคลองแม่น้ำแควอ้อม ราว ๑๕ เมตร สำหรับเหตุ ที่มีการสร้างพระเจดีย์รวมทั้งพระเครื่องนั้น ได้มีเรื่องเล่ากันดังนี้ ขุนศรากร เกิดฝันไปว่ามี มังกรยักษ์โผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำแล้วอ้าปากจะกลืนโรงสีของท่าน รุ่งขึ้นจึงนำเอาความฝันไปเล่าให้พระอธิการทอง เจ้าอาวาสวัดศาลเจ้าฟัง ท่านเจ้าอาวาสจึงแนะนำวิธีแก้ไขโดยการสร้างของหนักทับความฝัน พระเจดีย์นี้จึงได้เกิดขึ้นมาซึ่งจะเท็จจริงอย่างไรไม่ทราบแน่ เมื่อสร้างพระเจดีย์เสร็จเรียบร้อย ได้ทำการสร้างพระพิมพ์ขนาดเล็กจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์เท่าพระธรรมขันธ์ เพื่อบรรจุไว้ภายในพระเจดีย์ตามคตินิยมแต่โบราณ และนิมนต์พระเถระชั้นผู้ใหญ่กับพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงทางวิทยาคม มาทำการปลุกเสกพระพิมพ์ อาทิ
เจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจันโท จันทร์) วัดบวรนิวาส
พระธรรมเสนานี เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี
พระครูวินัยธรรม(อินทร์) วัดสัตตนารถปริวัตร
พระครูวิทยาวรคุณ วัดโชค
หลวงพ่อชุ่ม วัดราชคาม
หลวงพ่อเส็ง วัดบางศรีเพช
จากนั้นนำพระพิมพ์หรือพระเครื่องทั้งหมดออกทำการสมโภชโดยแห่แหนไปรอบตัวจังหวัดแล้วจึงนำพระเข้าบรรจุในเจดีย์ มีการเฉลิมฉลองกันอย่างเอิกเกริก แต่การบรรจุพระนั้นไม่ได้กระทำดังเช่นการบรรจุพระพิมพ์ตามธรรมดาทั่วไป ที่มักจะไว้ที่ตัวกรุ ภายในองค์พระเจดีย์ หากเพียงแต่วางไว้ที่ช่องตรงบริเวณคอระฆังเท่านั้น
#... ต่อมาราว ๓๐ ปี ได้มีกลุ่มมิจฉาชีพปีนขึ้นไปลักเอาพระเครื่องมาได้ถึงเกือบครึ่งของจำนวนทั้งหมด จนทางวัดทราบเรื่องเข้าและเห็นว่าหากปล่อยทิ้งไว้อยู่อย่างนั้นจะคงเป็นการสร้างปัญหาและภาระไม่รู้จบเพราะต้องคอยดูแลและระมัดระวังอยู่เสมอ จึงได้ปรึกษาหารือกับทายาทของท่านเจ้าของเดิม และมีมติให้นำพระออกจากเจดีย์ จากการนับจำนวนพระเครื่องแล้วปรากฏว่าเหลืออยู่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ องค์ พระที่นำลงมาทั้งหมดทางญาติคือคุณสุกรี จงวัฒนา ผู้เป็นบุตรของขุนกรณ์ ได้รับเป็นธุระจัดพิธีพุทธาภิเษกขึ้นอีกครั้ง โดยนิมนต์พระเกจิที่มีชื่อเสียงหลายรูปมาร่วมงานเช่น
หลวงพ่อยอด วัดโบสถ์
หลวงพ่อบุญ วัดวังมะนาว
หลวงพ่อเม้ย วัดลาดเมธัง
หลวงพ่อเชย วัดเกาะลอย
แล้วมอบให้แก่วัดศาลเจ้า เพื่อที่ทางวัดจะได้ตอบแทนแก่สาธุชนผู้มีจิตศรัทธาสละทรัพย์ร่วมสมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆ ในอัตราองค์ละ ๕ บาท ตลอดมาจนกระทั่งพระเครื่องหมดไปจากวัดเมื่อราวๆ ๔๐ กว่าปีที่แล้ว ซึ่งได้ปัจจัยจากการทำบุญรวมแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ที่รับพระไปเกิดได้รับประสบการณ์ต่างๆ ก็เลยกลายเป็นที่นิยมแสวงหากันขึ้น ทำให้ราคาเช่าหาสูงขึ้นเรื่อยๆ พวกอุบาทว์ชนเห็นเป็นโอกาสเหมาะ จึงจัดการเทพระออกมาจำหน่ายขายแข่งจนเยอะแยะเต็มไปหมด เกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพระท่ากระดานน้อย วัดศาลเจ้าได้มีผู้เขียนไว้ในหนังสือพระเครื่องฉบับหนึ่งซึ่งเนื้อหาของเรื่องน่าสนใจจึงขออนุญาตคัตตอนมา ณ ที่นี้
พระเครื่องนี้ปรากฏพุทธคุณยอดเยี่ยมทางคงกระพันชาตรีซึ่งผู้เขียนเอง ได้เห็นประจักษ์ตามมาดังนี้เมื่อประมาณ ๕-๖ ปีล่วงมาแล้ว เวลาปัจจุบันได้ ๒๑-๒๒ ปี
มีข่าวลือแพร่สะพัดอยู่ระยะหนึ่งว่าที่ฐานทัพสัตหีบ มีการเช่าซื้อพระเครื่องยิงไม่ออกในราคาแพงลิบลิ่วองค์ละหลายแสนบาท ดังนั้นจึงได้เกิดมีสถานที่ทดลองยิง ขึ้นทดสอบ ตามชานเมืองอยู่หลายแห่งด้วยกัน ที่ยิงออกและเสียเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องที่มีเป็นสมบัติอยู่ต่างก็นำเอามาทดสอบ โดยการเอาพระเครื่องอัดใส่ปากปลาช่อน ฟันด้วยมีดดาบ ในจำนวนนั้นมีเพื่อนของผู้เขียนท่านหนึ่งชื่อร้อยตรี สำราญ จันทน์ลีลา แห่งกองการสื่อสารกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นนักสะสมพระเครื่องมือหนึ่ง วันนั้นได้นำเอาพระเครื่องห่อใหญ่ ออกมาทดสอบโดยการพันผ้าใส่ปากปลาช่อนแล้วฟันด้วยมีดดาบ วันนั้นพระที่พันผ้าใส่ปลาช่อน ฟันขาดไม่มีเหลือสักองค์ คงเหลือพระท่ากระดานน้อย กรุวัดศาลเจ้าเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่ฟันด้วยมีด อย่างแรงถึง ๗ ครั้ง จนเกร็ดปลากระจุย แต่คมมีดกลับไม่ระคายผิว ฟันเสียจนกระทั่งปลาช่อนนั้นเละเหลวไปหมดแต่ไม่เข้า เป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้พบเห็นในวันนั้นหลายท่านด้วยกัน นั่นเป็นเพียงอานุภาพของพระเครื่องแค่ส่วนน้อยที่ได้ประสบกับความศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่มีบันทึกหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรยังมีอยู่มากมาย หลายเรื่อง เช่น เกิดอุบัติเหตุชนรถคว่ำ มีทั้ง คนเจ็บ คนตาย แต่ผู้ที่แขวนพระท่ากระดานน้อย กรุวัดศาลเจ้า กลับรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และโดยเฉพาะเรื่องเขี้ยวงา สุนัขกัดไม่เข้า นั้นเป็นที่เชื่อถือกันมาก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก สารานุกรมพระเครื่องลุ่มน้ำแม่กลอง ครับผม
พระท่ากระดานองค์นี้ สภาพสวยครับ เนื้อพระสนิมแดง สีลูกหว้า แดงจากข้างในองค์พระครับ สภาพสวยไม่ขี้เหร่ครับ ชั่วโมงนี้หาค่อนข้างยากครับ พระประสบการณ์ถูกเก็บกันหมด พระท่ากระดานน้อยกรุศาลเจ้า วงการนักเลงพระรุ่นเก่าๆเขาขนานนามกันว่า " ขุนศึกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง" สนใจพระองค์นี้ สอบถามได้ครับ 064-5427985 หรือแอดไลน์ทักมาสอบถามได้ครับ |